2005/Oct/25

ต่อจากตอนที่แล้วนะ

ศัพท์บางคำ อาจงงๆ เอ๊ะ..อะไรวะเนี่ย

เช่น Aperture , Shutter speed ฯลฯ

Aperture - คือ รูรับแสง พูดง่ายๆคือ ปริมาณที่แสงผ่านเข้ามายังฟิล์มเนี่ย

ถ้าถ่ายคนที่แบบว่า สีผิวเข้ม หรือ ถ่ายในที่ออกมืดหน่อยก็

เปิดรูให้กว้างๆเพื่อแสงจะเข้าได้เยอะ

ค่ารูรับแสง(F/no.)ก็มี ดังนี้...นะจ๊ะ

(*กล้องส่วนใหญ่น่ะ)

f/1.4 , f/2.8 , f/4 , f/5.6 ,f/8 , f/11 , f/16 , f/22 , f/32 .............

ถ้าวัตถุที่เราถ่ายมันสว่างไป ก็ควรจะปรับรูรับแสงให้แคบๆ ตั้งแต่ f/8 เป็นต้นไป

แต่ถ้าจะไปถ่ายวัตถุหรือฉากที่มืดๆ ก็ปรับรูให้กว้างคือค่า f/no.น้อยๆอะเช่น f/2.8

นอกจากนี้

การปรับรูรับแสงยังมีผลต่อช่วงระยะชัดของภาพ(Depth of field)อีกด้วยนะ

เช่น Portrait-การถ่ายภาพบุคคล

ถ้าอยากให้ คนหรือวัตถุอย่างอื่น ที่ถ่ายโดดเด่นเด้งดึ๋งออกมา

ก็ต้องเปิดรูรับแสง ด้วยค่าต่ำๆ เช่น f/2.8 เช่น

นางแบบ??? ก็จะดูโดดเด่น ไม่ต้องงงว่าทำไมมันยืนตรงอย่างงี้???

เพราะถ่ายตอนเคารพธงชาติไง

ยายคนข้างหลังก็จะเป็นตัวประกอบไป เบลอไปเลย

หรือ ขวดในรูปเนี่ย ใช้ f/2.8 ขวดแรกๆก็ชัด หลังๆจะเบลอ(ชัดตื้น)

....แต่ถ้าใช้รูรับแสงแคบๆก็จะชัดตลอดแนว (ชัดลึก)

แม่งขนาดคนที่เสือกโผล่เข้ามาข้างหลังยังชัดอะ

............................................................................................................

Shutter Speed - ความไวชัตเตอร์

ค่าขึ้นอยู่กับ การเคลื่อนไหวของวัตถุที่เราจะถ่าย

เช่น ถ้าเราจะถ่ายแบบ Stop Action แบบ freezeเหมือนมอร์'ไซคล์หยุดนิ่งอะ

ทำง่ายๆ ก็แค่โบกให้มอร์'ไซคล์ให้จอดอยู่กับที่ แล้วกด แช๊ะ...

ไม่ใช่และ

ก่อนอื่นดูค่า Speed Shutter คร่าวๆก่อนนะ

มี B , 5 , 4 ,3 ,2 , 1 ,1/2 ,1/4 , 1/6 , 1/8 ,1/15 , 1/30 , 1/60 ,1/90 ,1/125 , 1/250

1/500, 1/1000 , 1/2000ฯลฯ

B - คือ เรากดชัตเตอร์ค้างไว้นานเท่าไหน ม่านชัตเตอร์มันก็จะเปิดนานเท่านั้น

เช่น เรากดค้างไว้ 30 วิ มันก็เปิด 30 วิ

แต่ถ้าเราปล่อย ม่านชัตเตอร์จะปิดปึ๊ป

แต่ค่าB ควรใช้ ขาตั้ง กะ รีโมท นะ เพราะนานอย่างงี้ ภาพคงจะเบลอน่าดู

รูปนี้ใช้ SSประมาณ 20 วิ

พวกรถที่วิ่งมา ก็จะได้เป็นสายๆเช่นนี้แล โยม

**โปรดระวัง ไปถ่ายตอนกลางคืน ระวังพวกมิจฉาชีพด้วย

ตอนไปพวกเราก็กลัวๆ แต่ก็เออ อยากถ่ายอะ ไปกัน4คน

แม่งตำรวจเดินมา ถามว่า ทำไร เราก็ "ถ่ายรูปไง(ไอ่โง่ไม่เห็นกล้องไงวะ)"

แม่งเลยจะค้นตัวเพื่อนเราที่มันไว้หนวดไว้เคราคนเดียวด้วยนะ เหี้ย ...น่าสงสารมันฉิบหาย

แต่ก็ไม่มีไรเว่ย ....กูอุตส่าห์กลัวโจร แต่กลับถูกมองว่าพวกกูเป็นโจร เซ็งเลย

แต่ก็ดีนะ ที่พี่จ่าเค้ามาตรวจตราความเรียบร้อย ไม่มัวแต่ไปรีดไถ อุ๊ปส์!

.................

5 - หมายถึง ม่านชัตเตอร์จะเปิดค้างไว้ 5 วินาที

................

1/1000 - หมายถึง ม่านชัตเตอร์จะเปิดค้างไว้แป๊ปเดียว 1ส่วน1000วินาที

บางที ยังเร็วกว่าเราใช้เวลาในการตดเลย

ภาพที่ออกมาก็เหมือนหยุดเคลื่อนไหว แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้หยุดกับที่หรอก

เช่น รูปนี้ มันกระโดดนะเนี่ย ยังกะเล่นเจ๊ทสกี

1/1000 วิ

.................................................

นอกจากนี้ก็มีการถ่ายแบบแพนหรือส่ายกล้องตาม

ถ้าอยากให้รูปออกมาดูเป็นธรรมชาติ รู้ว่ากำลังเคลื่อนไหวอยู่ ก็ SSช้าๆหน่อย

กะเอาเองว่า ควรจะประมาณไหน ถ้าเคลื่อนที่เร็วก็ประมาณ 1/125 พอได้มั้งนะ

ฉากหลังก็จะไม่ชัด วัตถุที่จะถ่ายก็ดูเป็นธรรมชาติดี

....................................................

พอแล้ว สำหรับวันนี้

โปรดติดตามตอนต่อปายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

2005/Oct/22

ห่างหายจากการอัพไปนาน

พอปิดเทอมก็มีเวลาว่างๆ เสียดายเวลาเหมือนกัน

คราวนี้ ติดลมมาจากตอนเปิดเทอม

คือได้เรียน photo sci ซึ่งเป็นวิชาช่วยชีวิตอัพเกรดอย่างมหาศาล

เลยอยากจะเอาความรู้ที่เคยได้เรียนมั่ง ไม่เรียนมั่งมาเล่าให้เพื่อนๆที่สนใจฟังละกัน

..............................................................

ขอบอกก่อนว่า อันตัวเรา(ทำไมเหมือนขึ้นกลอนเลยวะ)

ไม่ได้เป็นGuruเรื่องถ่ายรูปเลย แต่สนใจและชอบเฉยๆ น่ะ

...........................................................................................

อันดับแรก

ก่อนที่เราจะเก็บภาพที่เราประทับใจ เราก็ต้องมีอะไรครับ??

สาก.......... ไม่ใช่ นั่นมันไว้ตำส้มตำแล่ว

ก่อนอื่นเราก็ต้อง มี "กล้องถ่ายรูป" ใช่มั้ย??

กล้องก็มีหลายประเภทนะ

ทั้ง SLR , COMPACT , DIGITAL, POLAROIDฯลฯ

จริงๆแล้ว มีอีกเยอะ แต่เอาแค่ที่พวกเราใช้กันส่วนใหญ่นะ

SLR ---- กล้องสะท้อนเลนส์เดี่ยว (Single Lens Reflex camera)

เป็นกล้องที่คุณภาพและราคาสูงโคตร

ข้อดีของกล้องนี้ คือ ถ่ายรูปได้เหมือนกับที่ตาเราเห็นมากที่สุด

ถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ ใช้ฟิล์ม

ตอนนี้มีแบบ โบราณ เช่น NIKON FM10 , FM2 อะไรเงี้ย

กะ ออโต้ เช่น D70 , EOS350

.......................................................................

COMPACT ---- กล้องฟิล์มปัญญาอ่อน (อาจารย์เราเรียกอย่างงี้จริงๆนะ)

คือ แบบว่าจะถ่ายมุมไหน ยังไงก้ดูดี

(ขึ้นอยู่กับนายแบบ นางแบบด้วยอะ อิอิ)

มันก็ประมวลผลรูรับแสงและshutter speed มาให้อัตโนมัติ

..........................................................................

DIGITAL ---- ไม่ต้องบอกก็ได้มั้ง

เชื่อว่าทุกคนควรมีสำรองติดเป็นสิ่งของสามัญประจำบ้านซัก1ตัว

แต่มันจะแยกเป็นโหมดๆ ขึ้นอยู่กะ ยี่ห้อ

ถ้า P - ถ่ายกดปุ๊ป ติดปั๊ปไม่ต้องคิดมาก อัตโนมัติ เหมือนคอมแพคท์

M - manual ปรับ Shutter Speed และ รูรับแสงเอง ตามสภาพแสงและวัตถุที่จะถ่าย

A - (Shutter speed Priority)กล้องตั้ง SS มาแล้ว เราต้องเลือกรูรับแสงเอง

S -(Aperture Priority)กล้องตั้งรูรับแสงมาให้แล้ว ต้องปรับ SS เอง

นอกจากนี้ ยังมี D- SLR คือ กล้องSLRที่ประมวลภาพด้วยระบบดิจิทอล

..................................................................

POLAROID ---- กล้องถ่ายปั๊ป รับเลย

ภายในมีกระเปราะน้ำยาสร้างภาพในตัว

เวลาถ่ายมันก็จะแตกแล้วมาทำปฏิกิริยากับกระดาษ เกิดรูป ปิ๊งๆ

..........................................

วันนี้จบเรื่องเพียงเท่านี้ พรุ่งนี้จะมาเขียนต่อ

เมื่อยเว่ย!!!


edit @ 2005/10/22 18:29:06

2005/Jun/29

ช่วงนี้เป็นอะไรไม่รู้ อารมณ์แปลกๆ

พอเลิกเรียนที่ไร อยากไปสวนทุกที

"สวน" ในที่นี้ (อย่าคิดลึก) ไม่ใช่สวน....อะไรอย่างงั้นหรอก

หมายถึง พวกสวนสาธารณะ น่ะ

อะ!เข้าเรื่องดีกว่า

.....................................

รู้สึกว่า ชีวิตคนในเมืองหลวงอย่างเราแม่ง

คุณภาพชีวิตย่ำแย่ว่ะ

ไหนจะมลภาวะทางเสียง ควันพิษ ความเครียด รถติด

อะไรมันจะแย่ขนาดนี้

มันก็เลยต้องหาอะไรที่ให้ร่างกายได้พักผ่อนมั่ง

(ถ้าเป็นเมื่อก่อน นึกอะไรไม่ออกก็ไปห้างฯลูกเดียว)

การไปสวนครั้งแรกตอนเปิดเทอมนี้

เพราะ ... เป็นที่นัดเจอเพื่อนเก่าและไปถ่ายรูป

สถานที่ "สวนลุมฯ"

ชื่อเต็มๆอย่างเป็นทางการ "สวนลุมพินีวัน"

อยู่แถวถนนพระราม4นั่นแหละ

ใกล้ๆสยามฯ นั่งแท๊กซี่ไป40บาทเองอะ

(ถ้าจังหวะดีๆ ติดรถเพื่อนไปลงก็ได้ ฟรีเต็มที่)

ค่าเข้าก็ฟรีนะ ปิดประมาณทุ่มกว่าๆแหละ

มืดๆแม่งน่ากลัว อันตรายด้วย

ส่วนใหญ่ คนจะไปจ๊อกกิ้ง แต่เราดันไปนอนกลิ้ง

ที่ต่อมา คุ้นๆกันมั่งมั้ย?

"อุทยานเบญจสิริ" เรียกสั้นๆว่า "สวนเบญ"

ตั้งอยู่ ติดกับเอ็มโพเรี่ยมเลย

ชอปปิ้งเสร็จก็มาพักผ่อนแถวนี้แหละ

แต่ต้องระวังหน่อยนะ ไม่งั้นได้โบนัสเป็น

....ขี้นก..

นกแม่งเยอะโคตรๆ คิดดุดิ

วันนั้นเว่ย แบบว่าเอาขนมปังให้นกตัวนึง(แค่ตัวเดียวนะ)

อยู่ดีๆไอ้ตัวอื่นแม่งรีบบินมาจากอีกฝั่งนึงอะ

นกแม่งสัญชาติญาณไวชิบหาย

แต่ก็น่ารักดีมั้ง (ถ้าไม่มีโรคไข้หวัดนก)

บางวันตอนเย็นๆก็มีแสดงระบำน้ำพุด้วย (แต่ไม่เคยอยู่ดู)

เคยเห็นแต่ในรูปก็สวยดี ดูแล้วเย็นๆสบายตา

แต่ขอติอะไรบางอย่าง

เรื่อง สวนเบญเนี่ยต้นไม้น้อยเกินไปนะ เราว่า

มันออกเป็นสวนแบบพวกฝรั่งนอนอาบแดดไปอะ

เวลามีแดดนะ แม่งทะลุทะลวง

สวนในบ้านเรา น่าจะให้มีต้นไม้บังแสงเยอะๆ

เพราะ บ้านเราแดดมันแรง ไม่ได้กลัวดำหรอกแต่มันร้อน

อีกอย่างคือ

ประติมากรรม น่าจะมีการบูรณาการชำระล้างซะมั่งนะ

อึนกจะพอกรูปปั้นอยู่แล้ว...หยึย

.........................................................

อย่างวันนี้ เป็นอะไรไม่รู้วิญญาณ naturalism มันเข้าสิงรึไงวะ

โดดเรียนไป สวนหลวงร.9

ครั้งล่าสุดที่เคยมา จำได้ว่าตอนม.1 จนตอนนี้ ปี2แล้ว นานโคตร

มาได้2ทางคือทาง อ่อนนุช กับ อุดมสุข(สุขุมวิท103)

แต่อันนี้ต้องเสียเงินให้มาเฟีย เอ้ย! ไม่ใช่โบ๊เบ๊

เด็ก5บาท ผู้ใหญ่10บาท ไม่รวมค่ายานพาหนะ

เสียตังนิดหน่อย เพื่อสุขภาพกายและจิต

สวนสวยมากๆ มีหลายfeatures

ดอกไม้ก็งาม ที่มีให้เดินเยอะ เดินกันให้ขาบวม

เอาจักรยานให้ปั่นให้น่องเป็นทองคำก็ได้

เบื่อๆก็มานั่งถีบเรือ

โอ้ว!สวรรค์

วันดีคืนดี ก็อาจได้ชมหนังสด 555

โดย นักแสดงนำ คือ

น้องตัวเงินกับพี่ตัวทอง

ในฉากเลิฟซีน

สถานที่ ใต้หอรัชมงคล(ที่เป็นแลนด์มาร์คยอดแหลมๆอะ)

....... อนาจาร ......

แต่ชอบมากๆคือ เขามีการจัดสวนจำลอง

ออกเป็นสวนของแต่ละประเทศ

อย่างรูปข้างล่างที่มีศาลาสีฟ้าจะเป็นสวนอังกฤษ

.............................................

......................

.....

เราว่า ถ้ามีเวลาว่างๆ ก็ไปพักผ่อนหย่อนใจ หรือจะไปออกกำลังกาย

ที่สวนสาธารณะใน กทม. ก็ได้นะมีตั้ง 11 ที่แน่ะ

ได้แก่

สวนสาธารณะ 1 (สวนลุมพินี)ถนนพระราม 4 เขตปทุมวัน
360
-
-
สวนสาธารณะ 2 (สวนจตุจักร)ถนนกำแพงเพชร เขตจตุจักร
190
-
-
สวนสาธารณะ 3 (สวนพระนคร)แขวงลาดกระบัง เขตลาดกระบัง
50
-
-
สวนสาธารณะ 4 (สวนสราญรมย์)แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร
23
-
-
สวนสาธารณะ 5 (สวนธนบุรีรมย์)แขวงบางมด เขตราษฎร์บูรณะ
61
1
20
สวนสาธารณะ 6 (สวนหลวง ร.9)แขวงหนองบอน เขตประเวศ
500
-
-
สวนสาธารณะ 7 (สวนน้ำบึงกุ่ม)แขวงคลองบึงกุ่ม เขตบึงกุ่ม
350
-
-
สวนสาธารณะ 8 (สวนหนองจอก)แขวงกระทุ่มราย เขตหนองจอก
35
2
-
สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ถนนแพงเพชร เขตจตุจักร
140
-
-
สวนเบญจสิริถนนสุขุมวิท เขตคลองเตย
30
-
-
สวนรมณีนาถแขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร
29
3
72
รวมทั้งสิ้น

ที่มา - http://www.brdp.osrd.go.th/source/place/park.php(ก๊อปมาทั้งดุ้น)

สวนไหนอยู่ใกล้บ้านสุด ก็ลองไปกัน

เปลี่ยนบรรยากาศมาสูดอากาศบริสุทธิ์

ให้กำไรแก่ปอดเรามั่ง....


edit @ 2005/06/30 00:18:49